<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982</id><updated>2011-07-07T13:47:30.445-07:00</updated><title type='text'>Siam Amulet  Help Be Rich</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>18</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-6529757431096332787</id><published>2010-03-26T03:39:00.000-07:00</published><updated>2010-03-26T03:41:10.285-07:00</updated><title type='text'>พระสีวลีปางฉันภัตตาหาร(จกบาตร) วัดถ้ำรัตนคีรี  จ.อุทัยธานี</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6yHWftHM5I/AAAAAAAAACA/7cZruYSPrFY/s1600/6339753025719782601.JPG" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://3.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6yHWftHM5I/AAAAAAAAACA/7cZruYSPrFY/s320/6339753025719782601.JPG" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าใครมีพระธาตุสีวลีครอบครองและปฏิบัติูบูชา&amp;nbsp; จะบังเกิดลาภและมีทรัพย์มาก การแสวงหาพระธาตุพระสีวลีย่อมยากยิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครมีในครอบครองย่อมหวงแหนยิ่งนัก&amp;nbsp; ทำให้ความต้องการได้พระธาตุพระสีวลีจึงดูเหมือนแทบจะเป็นไปไม่ไ้ด้เลย&amp;nbsp; วัดถ้ำรัตนคีรี&amp;nbsp; ตำบลเขากวางทอง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; ภายในบริเวณวัดนี้ปรากฎว่ามีพระธาตุและผงพระธาตุพระสีวลีเป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้รู้ เมื่อนำมาปฏิบัติบูชาย่อมได้มาซึ่งลาภผลทางวัดโดยท่านเจ้าอาวาสวัดถ้ำรัตนคีรีได้จัดสร้างพระสีวลีปางฉันภัตตาหาร(จกบาตร) แสดงเจตนาให้ทราบว่าจะมีกินไม่รู้จักสิ้น เนื่องจากผสมผงพระธาตุพระสีวลีล้วนๆ ส่วนที่ด้านหน้าบรรจุพระธาตุพระสีวลีขนาดเล็กทุกองค์&amp;nbsp; การจัดพิมพ์พระสีวลีปางฉันภัตตาหาร(จกบาตร)นี้ทางวัดโดยท่านเจ้าอาวาสวัดถ้ำรัตนคีรีดำเนินการผสมผงและกดพิมพ์พระด้วยมือท่านเองทุกองค์ จึงมั่นใจได้ว่า จะได้ผงพระธาตุพระสีวลีล้วนๆแท้ๆออกมาเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญบูชาไปติดตัวเพื่อต้านภัยเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม ตำบลบ้านด่าน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และหลวงพ่อเีขียวอินทโชโต วัดระเว บ้านตะกุดขอน ตำบลท่าช้าง อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา ปลุกเสกเดี่ยวเพื่อเป็นสิริมงคล อัญเชิญทิพยสภาวะแห่งองค์พระสีวลีมาสถิตให้บังเกิดลาภผลสมบูรณ์สมเจตนา ผู้บูชาด้วยความศรัทธาย่อมได้ผลมา มีผู้รายงานผลจำนวนมากว่า &lt;b&gt;บูชาพระสีวลีปางฉันภัตตาหารแล้วถูกหวยรวยกันถ้วนหน้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงสัยต้องผมต้องรีบไปหามาบูชาซะแล้ว หวยกำลังจะออกแล้วไม่รู้จะหาทันหรือป่าวถ้าไม่ทันก็คงต้องรองวดหน้า55 ถูกกินมันทุกงวดงวดละนิดละหน่อย(ไม่สนับสนุนให้เล่นการพนันกันนะคับ) lส่วนรูปที่เห็นผมดึงมาจากอินเตอร์เน็ทนะคับ อย่าเข้าใจผิดว่า เป็นของวัดถ้ำรัตนคีรี แต่จริงๆวัดไหนก็ศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันแหละครับ แต่วัดนี้ท่าทางจะดังสุดแล้วเพราะมีพระธาตุของพระสีวลีผสมอยู่ด้วย ว่างๆผมคงจะหาเวลาไปที่วัดถ้ารัตนคีรี เหมือนกัน ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยซะเลย&amp;nbsp; ขับรถชมวิว ดูสาวๆจังหวัดอุทัยธานีไปด้วย&amp;nbsp; อะไรจะสุขขนาดนั้น 55++ ที่แนะนำว่า ควรไปที่วัดด้วยตัวเอง เพราะ เราย่อมได้ของแท้มาไว้บูชาแน่นอน&amp;nbsp; เวลาผมจะเช่าหรือบูชาวัตถุมงคล อะไรตามผมจะไปที่วัดนั้นๆด้วยตัวเองเสมอครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6yOB_IzEgI/AAAAAAAAACI/YtXzjkX0ZbA/s1600/610407A81.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://1.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6yOB_IzEgI/AAAAAAAAACI/YtXzjkX0ZbA/s320/610407A81.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เอารูปทางเข้าวัดถ้ำรัตนคีรีมาให้ดูกัน จะได้ไม่หลงทางกัน&amp;nbsp; ว่างๆก็แวะไปเยี่ยมวัดกันบ้างนะครับทุกท่าน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-6529757431096332787?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/6529757431096332787/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_26.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/6529757431096332787'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/6529757431096332787'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_26.html' title='พระสีวลีปางฉันภัตตาหาร(จกบาตร) วัดถ้ำรัตนคีรี  จ.อุทัยธานี'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6yHWftHM5I/AAAAAAAAACA/7cZruYSPrFY/s72-c/6339753025719782601.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-4052868055548343618</id><published>2010-03-25T11:30:00.000-07:00</published><updated>2010-03-25T11:30:20.810-07:00</updated><title type='text'>พระสีวลี  ประวัติและความเป็นมาภาค 2</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6umgdRl3AI/AAAAAAAAABg/YzO5ZQhwU14/s1600/764_5.jpg" imageanchor="1" style="clear: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="300" src="http://4.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6umgdRl3AI/AAAAAAAAABg/YzO5ZQhwU14/s400/764_5.jpg" width="400" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;พระนางสุปปวาสาเทวีทรงพระครรภ์อยู่นานถึง 7 ปี ผิดไปกว่าบุคคลธรรมดาเมื่อล่วงไปอีก 7 เดือน 7 วัน พระนางสุปปวาสาเทวีจึงคลอดพระกุมารนั้นออกมา แต่เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งเพราะบังเกิดความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส พระนางถึงกับกล่าวกับพระราชสวามีว่า "หม่อมฉันมีครรภ์มา 7 ปี 7 เดือน และเจ็บปวดทรมานมา 7 วันแล้วรู้สึกว่าชีวิตนี้ตกอยู่ในอันตราย อาจจะตายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ขอให้พระองค์เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแทนหม่อมฉันด้วยเถิด กราบบังคมทูลพระพุทธองค์ด้วยว่า หม่อมฉันยังระลึกถึงพระพุทธองค์อยู่เป็นนิจ และขอถวายบังคมพระพุทธบาทด้วยเศรียรเกล้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพระราชสวามีไปเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อเล่าอาการของพระนาง&amp;nbsp; พระพุทธองค์ทรงประทานพรว่า "ขอให้พระนางสุปปวาสา ราชธิดาของพระเจ้ากรุงกาลิยะ จงมีความสุขหาโรคภัยไข้เจ็บมิได้ จงประสูติกุมารอันบริสุทธิ์ปราศจากโรคภัยเถิด"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้ามหาลิจฉวีทรงดำริว่าพระพุทธองค์ตรัส คำไหนย่อมเป็นไปตามนั้น จึงรีบกลับไปยังพระราชวัง แต่ยังไม่ทันถึง&amp;nbsp; พระนางสุปปวาสาเทวีก็ได้ประสูติพระโอรสเสียก่อน การประสูตินั้น ก็ง่ายดุจเทน้ำออกจากกระบอกและพระกุมารที่คลอดออกมานั้นก็ได้รับพระราชทานนามว่า "&lt;b&gt;สีวลี&lt;/b&gt;"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพระสีวลีคลอดออกมาก็เจริญวัยเท่ากับเด็กอายุ 7 ขวบ ทั้งนี้เพราะอยู่ในพระครรภ์ของมารดายาวนานถึง 7 ปีนั่นเอง ในวันต่อมาทางพระราชวังของพระเจ้าลิจฉวีได้นิมนต์พระพุทธองค์ พร้อมทั้งพระสาวกมาฉันภัตตาหารที่พระราชวัง เป็นการถวายมหาทานที่พระนางสุปปสาวาเทวีทรงคลอดพระโอรสออกมาอย่างปลอดภัย&amp;nbsp; ในระหว่างการถวายมหาทาน พระสารีบุตรอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธองค์ถามพระกุมารสีวลีว่า ในระหว่างที่อยู่ในครรภ์ 7 ปี มีสุขทุกข์อย่างไร กุมารสีวลีกล่าวตอบว่า "สุขมาแต่ไหนขอรับ มีแต่ทุกข์แสนสาหัส ทนอึดอัดไม่เห็นเดือนไม่เห็นตะวันตั้ง 7 ปี 7 เดือน วันนั้นแสนเนิ่นนาน" พระราชกุมารตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระสารีบุตรถามกุมารต่อไปว่า เมื่อเห็นทุกข์ในการเกิดดดังนี้่เธอไม่คิดอยากบวชบ้างหรือ สีวลีราชกุมารได้ยินดังนั้นก็ตอบว่า "ถ้าได้รับอนุญาตก็จะบวช"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-4052868055548343618?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/4052868055548343618/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/2.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4052868055548343618'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4052868055548343618'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/2.html' title='พระสีวลี  ประวัติและความเป็นมาภาค 2'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6umgdRl3AI/AAAAAAAAABg/YzO5ZQhwU14/s72-c/764_5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-5937298586525081737</id><published>2010-03-25T10:52:00.000-07:00</published><updated>2010-03-25T10:52:05.886-07:00</updated><title type='text'>ประวัติและตำนานความเป็นมาของพระสีวลี</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6ub2WqGDEI/AAAAAAAAABY/KsAZk-UNYGE/s1600/sivalee_72.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://1.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6ub2WqGDEI/AAAAAAAAABY/KsAZk-UNYGE/s320/sivalee_72.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;พระสีวลี&lt;/b&gt; ในอดีตชาติเคยถวายน้ำผึ้งแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเป็นโอรสของพระนางสุปปวาสาเมื่อแรกกำเนิดอยู่ในครรภ์นั้น พระมารดาได้รับถวายเครื่องบรรณาการถึง 500 ชนิด ตั้งแต่เช้าถึงเย็น แต่ด้วยวิบากกรรมเก่า &lt;b&gt;พระสีวลีอยู่ในครรภ์มารดานานถึง&lt;/b&gt; &lt;b&gt;7 ปี 7 วัน&lt;/b&gt;&amp;nbsp; เมื่อพระสีวลีออกบวช ในขณะที่โกนผมปอยแรกออกก็บรรลุโสดาบัน&amp;nbsp; ขณะโกนผมปอยที่สองได้บรรลุสกิทาคามี&amp;nbsp; ขณะโกนผมปอยที่สามได้บรรลุอนาคามีผล เมื่อโกนผมหมดศรีษะก็บรรลุอรหัตผลทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านเป็นผู้บำเพ็ญทานอย่างยอดเยี่ยม&amp;nbsp; เป็นแบบอย่างให้สาธุชนยึดถือปฏิบัติ แม้แต่เทวดาที่สถิตอยู่ ณ ต้นนิโครธ เพียงเมื่อพบเห็นพระสีวลีครั้งแรกยังได้ถวายทานแด่พระสีวลีเป็นเวลา 7 วัน เมื่อพระสีวลีจาริกไปที่ใดพร้อมกับภิกษุอีก 500 รูป เทวดาก็ได้ถวายทานแห่งละ 7 วัน เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์(พระพุทธเจ้า)เสด็จไปตามหาพระเรวัตถะในป่า 30 โยชน์ ได้รับสั่งให้พระสีวลีไปด้วย เนื่องจากเป็นทางทุรกันดาร ภักษาหารหายาก เมื่อพระสีวลีไปด้วยแล้วภิกษุทั้งหลายย่อมไม่ลำบากด้วยภักษาหาร เพราะจะมีผู้นำมาถวายเสมอ พระพุทธองค์จึงทรงสถาปนาพระสีวลีไว้เป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้เลิศในลาภสักการะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระสีวลีเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ามหาลิจฉวี และพระนางสุปปวาสาเทวี &lt;b&gt;เมื่อตอนอยู่ในพระครรภ์ของพระมารดาก็มีบุญอัศจรรย์&amp;nbsp; คือ สามารถนำลาภสักการะมาให้แก่พระมารดาเป็นอันมาก โดยมีคนนำเอาเครื่องบรรณาการถึง 500 อย่างมาถวายทุกเช้าเย็น&lt;/b&gt;&amp;nbsp; จนเป็นที่เลื่องลือว่าตั้งแต่พระนางสุปปวาสาเทวีทรงพระครรภ์นี้ก็บังเกิดเป็นบุญลาภมากมาย&amp;nbsp; แสดงว่าผู้ที่มาเกิดนี้เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการสูงส่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความอัศจรรย์ยิ่งบังเกิดมากขึ้นไปอีก&amp;nbsp; เมื่อพระนางสุปปวาสาเทวีจับข้าวเมล็ดหนึ่ง ก็ปรากฎปาฏิหาริย์ข้าวเมล็ดนั้นแตกออกไปเป็น 100 เมล็ด 1,000 เมล็ด เวลาหว่านลงไปในไร่นาหนึ่งๆ ก็ได้ข้าวถึง 50-60 เกวียน เวลาขนข้้าวขึ้นยุ้ง เมื่อพระนางจับยุ้งข้าวไหนจะปรากฎว่าข้าวในยุ้งนั้นตักออกไปได้ไม่รู้จักหมด แม้กระทั่งข้าวที่อยู่ภายในหม้อก็เช่นกัน&amp;nbsp; เมื่อพระนางจับหม้อข้าวใบใด หม้อข้าวใบนั้นแม้จะตักไปกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักหมด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ประชาชนจำนวนมากมาขอร้องให้พระนางจับข้าวของตน ก็บังเกิดเป็นของทิพย์เพิ่มพูนออกมาอย่างน่าประหลาดใจ&amp;nbsp; ด้วยอำนาจแห่งพระกุมารที่อยู่ภายในพระครรภ์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับความมหัศจรรย์ของพระสีวลี&amp;nbsp; สมกับคำเล่าลือว่า&amp;nbsp; ผู้ใดมีไว้ครอบครองและสักการบูชา จะไม่มีวันอดอยาก&amp;nbsp; ตัวกระผมมีอยู่หนึ่งองค์&amp;nbsp; เป็นของ อาจารย์ คม ไตรเวท&amp;nbsp; ตำบลบ้านบางกุ้ง&amp;nbsp; อำเมือง&amp;nbsp; จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; ที่ได้ชื่อว่า เป็นจอมขมังเวทย์สายฆราวาส&amp;nbsp; เป็นผู้ปลุกเสก ผมได้โดยบังเอิญ เนื่องจากไปทำบุญสะเดาะห์เคราะห์มาเมื่อปีที่แล้ว&amp;nbsp; เห็นว่า พระสีวลีของอาจารย์คม สวยดี ก็เลยเช่ามาบูชา ทั้งๆที่ตอนแรก อยากได้ ของ หมอไพศาล&amp;nbsp; หมอดูชื่อดังของเมืองไทย &amp;nbsp; เดี๋ยวมีประวัติต่อนะครับ ยังไม่จบ&amp;nbsp; ต่อหน้าต่อไปคับ อิอิ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-5937298586525081737?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/5937298586525081737/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_6680.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/5937298586525081737'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/5937298586525081737'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_6680.html' title='ประวัติและตำนานความเป็นมาของพระสีวลี'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6ub2WqGDEI/AAAAAAAAABY/KsAZk-UNYGE/s72-c/sivalee_72.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-3582863198212526440</id><published>2010-03-25T10:01:00.000-07:00</published><updated>2010-03-25T10:01:04.288-07:00</updated><title type='text'>พระธาตุพระสีวลี</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6uQs8YmadI/AAAAAAAAABQ/VT_61dZqRAg/s1600/www-117.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://3.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6uQs8YmadI/AAAAAAAAABQ/VT_61dZqRAg/s320/www-117.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และพระอริยสงฆ์ธาตุเชื่อกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพปกป้องคุ้มครอง ทำให้ร่มเย็นเป็นสุข&amp;nbsp; หนึ่งในจำนวนพระอรหันตธาตุที่สำคัญที่คนโบราณยกย่องนับถือมากที่สุด ก็คือ &lt;b&gt;พระธาตุของพระสีวลีเถระ&lt;/b&gt;&amp;nbsp; เนื่องด้วยพระสีวลีเป็นเลิศในด้านความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; ไปไหนมาไหนไม่อดอยาก พระพุทธเจ้าก่อนจะประทานความเป็นเอตทัคคะด้านนี้ให้แก่พระสีวลีทรงทำการทดสอบบารมีให้เป็นที่ประจักษ์แก่หมู่สงฆ์ทั้งปวงเดินทางไปในที่ห่างไกลทุรกันดาร แ&lt;b&gt;ต่ปรากฎว่าเป็นที่อัศจรรย์ว่า เมื่อพระสีวลีเหยียบย่างเข้าไปในถิ่นใด สถานที่นั้นๆก็กลับกลายเป็นที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้น&lt;/b&gt; เป็นที่ประจักษ์ในบุญบารมีของพระสีวลี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในธรรมชาตินั้นมีธาตุที่พระแม่ธรณีได้สร้างขึ้น โดยถือตามสมมุติว่านั่นคือ &lt;b&gt;ธาตุแห่งองค์พระสีวลี&lt;/b&gt; ธาตุดังกล่าวนี้มีลักษณะคล้ายเม็ดพุทรา มีขนาดเล็กตั้งแต่ไข่ปลาจนถึงขนาดเท่ากำปั้น ลักษณะจะเป็นปุ่มโปนงอกขึ้นทั่วไป บางองค์ดูคล้ายน้อยหน่า บางองค์คล้ายเมล็ดมะละกอ บางทีก็คล้ายผลยอป่า สีเขียวดังดอกผักตบ แดงดังสีหม้อใหม่ สีพิกุลแห้ง สีเหลืองดังหวายตะค้า หรือขาวเหมือนสีสังข์ อย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะของพระธาตุพระสีวลีนั้น แปลกที่มีลักษณะเป็นตุ่มงอกไปมาทั่วทั้งองค์ คน โบราณท่านถือว่านี่คือสัญลักษณ์แห่งการงอกงาม &lt;b&gt;ผู้ใดก็ตามมีไว้สักการะจะไม่มีวันอดอยากตลอดทั้งชีวิต&lt;/b&gt; มักพบตามถ้ำ โดยเฉพาะถ้ำที่มีน้ำขังลอดผ่านภายในถ้ำ ลักษณะถ้ำต้องสะอาดและชุ่มเย็น พระธาตุพระสีวลีจะอยู่ตามหลืบถ้ำ และแปลกที่ว่า องค์พระธาตุจะประทับอยู่บนแท่นหินที่มีลักษณะคล้ายดอกบัวและมักแช่อยู่ในน้ำ องค์พระธาตุพระสีวลีต่างกับตะกอนน้ำโดยทั่วไปเพราะองค์พระธาตุจะแข็งแกร่ง&amp;nbsp; คล้ายว่าเป็นหินงอกหินย้อยที่ปั้นเป็นลูกกลมๆองค์ที่แตกจะสังเกตุได้ว่า มีผลึกขาวใสดุจผลึกแก้วอยู่ภายในส่วนตะกอนน้ำนั้นเมื่อบีบก็แตก ไม่แกร่งเหมือนองค์พระธาตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่น่าทึ่งที่สุดคือ พระธาตุแต่ละขนาดจะแยกขนาดกันเองไม่ปะปนกัน องค์ใหญ่เท่ากำปั้นก็จะกองอยู่โดยสันโดษ&amp;nbsp; องค์ที่เล็กเท่าหัวแม่โป้งก็จะกองรวมกัน ไม่คละปะปนกัน น่าแปลกมาก เรื่องนี้ผู้ที่เข้าถ้ำไปทุกคนต่างยืนยันได้ ดุจว่า สิ่งนี้มีเทพยดามาจัดไว้ฉะนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่น่าแปลกคือพระธาตุพระสีวลีนี้เมื่อนำมาบูชาที่บ้าน ท่านก็ยังงอกองค์ต่อได้ เมืองอกไปเรื่อยๆ บางส่วนจะหลุดออกมาบังเกิดเป็นองค์ใหม่ขึ้นอีกองค์ บางคราวท่านอาจเสด็จตามมาเพิ่ม หรือสามารถเปลี่ยนสัณฐานได้อย่างน่าแปลกใจ ยิ่งบูชาท่านไว้ ท่านยิ่งงอกให้เห็นเป็นที่ประหลาด แม้จะใส่ตลับบูชาไว้กับตัวก็ตาม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-3582863198212526440?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/3582863198212526440/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_7297.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/3582863198212526440'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/3582863198212526440'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_7297.html' title='พระธาตุพระสีวลี'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6uQs8YmadI/AAAAAAAAABQ/VT_61dZqRAg/s72-c/www-117.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-3469887511856866374</id><published>2010-03-25T09:06:00.000-07:00</published><updated>2010-03-25T09:06:55.548-07:00</updated><title type='text'>พระสีวลี  พระอรหันต์ผู้บันดาลลาภผลและความอุดมสมบูณ์</title><content type='html'>"&lt;b&gt;แม้เพียงเอ่ยนามหรือสวดพระคาถารำลึกถึงพระสีวลีด้วยความเลื่อมใสลาภสักการะก็จักไหลมาสู่บุคคลผู้นั้นราวกับสายน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ทั้งปวงก็พลันบังเกิดขึ้น&lt;/b&gt;"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6uC4nLK6rI/AAAAAAAAABI/MS5Y-vnkL9E/s1600/2155.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;r&lt;img border="0" src="http://2.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6uC4nLK6rI/AAAAAAAAABI/MS5Y-vnkL9E/s320/2155.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;อยากมีกินมีใช้ต้อง พระสีวลี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระสีวลี หรือเรียกอีกชื่อว่า พระฉิมพลี เป็นพระบูชาที่ได้ัรับความนิยมสูงจากประชาชนโบราณาจารย์และวัดต่างๆมากมายในเมืองไทยจึงทำรูปเคารพพระสีวลีขึ้นมาสักการบูชา&amp;nbsp; &lt;b&gt;เน้นทางด้านลาภผลโดยตรง ท่านว่าดีทางโชคลาภอย่างสุดยอด&lt;/b&gt; เพราะเป็นพระอรหันต์ผู้เลิืศด้วยลาภสักการะยิ่งกว่าพระภิกษุองค์ใดในสมัยพุทธกาล พระสีวลีองค์ขนาดใหญ่มีการสร้างประดิษฐานไว้ตามวัดต่างๆทั่วประเทศส่วนพระเครื่องพระบูชานั้นมีพระคณาจารย์สร้างออกมาไม่มากนัก เช่น หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง หลวงปู่นาค วัดระฆัง หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นต้น อานุภาพแห่งพระสีวลีนี้นับถือกันว่า เป็นยอดแห่งความสมบูรณ์พูนสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;รูปลักษณะแห่งพระสีวลี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความศรัทธาในองค์พระสีวลี แม้เพียงสักการบูชาเคารพรูปสมมุติแทนองค์พระสีวลี ก็ยังบังเกิดความศักดิ์สิทธิ์นานาประการ &lt;b&gt;โบราณาจารย์ท่านได้สร้างรูปเหมือนของพระสีวลีเป็นพระกำลังเดินธุดงค์บนดอกบัวคว่ำบัวหงาย สะพานบาตร กลด กาน้ำ ย่าม พัด ลูกประคำและไม้เท้า&lt;/b&gt; ถือเป็นสัญลักษณ์ว่าพระสีวลีนั้นเป็นพระธุดงค์ และเมื่อเหยียบย่ำไปที่ใดก็ตาม&amp;nbsp; ที่นั่นก็จะสงบสุขร่มเย็น&amp;nbsp; อุดมสมบูรณ์ ปราศจากความแห้งแล้งกันดารโดยพลัน ประกอบกับเป็นที่ระลึกถึงคราวที่พระพุทธองค์(พระพุทธเจ้า)ทรงทดสอบบุญญาบารมีของพระสีวลีโดยให้เดินธุดงค์ไปในถิ่นทุรกันดารพร้อมพระภิกษุจำนวนมาก ซึ่งก็ปรากฎว่า อำนาจบารมีของพระสีวลีทำให้เหล่าเทพยดามาบำรุงพระภิกษุทั้งปวงไม่ให้ได้รับความอดอยากแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สำหรับคติทางลังกานั้นจะทำเป็นรูปพระสีวลีกำลังฉันภัตตาหาร&amp;nbsp; &lt;/b&gt;เป็นลักษณะของความอุดมสมบูรณ์โดยแท้ คติความเชื่อเรื่องพระสีวลีมีปรากฎอยู่ทั่วไปในลังกาและดินแดนสุวรรณภูมิ ไม่ว่า ไทย พม่า ลาว เขมร ล้านนา ก็ล้วนนับถือกันทั้งสิ้น&amp;nbsp; สำหรับที่&lt;b&gt;วัดชำนิหัตถการ&lt;/b&gt; (วัดสามง่าม) เชิงสะพานยศเส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; มีการสร้างรูปเหมือนพระสีวลีองค์ใหญ่ไว้สักการบูชาแต่เป็นลักษณะทีแตกต่างออกไป&amp;nbsp; คือ เป็น&lt;b&gt;ปางนั่งถือร่มและพัด&lt;/b&gt; สร้างตามคติที่ว่า "&lt;b&gt;ลาภมหา&lt;/b&gt;" คือ ไม่ต้องเดินทางไปก็มีลาภผลเข้ามาเอง (ผู้เขียนก็กำลังหาปางนี้อยู่เหมือนกัน อยู่ดีๆก็มีลาภเข้ามาไม่ต้องเหนื่อย ดีจัง ที่เห็นว่ามีปางนั่ง ก็ที่วัดเพชรบุรี&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&amp;nbsp; ปลุกเสกโดยหลวงปู่หงษ์ นะคับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นปางธุดงค์แบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัสดุที่นำมาสร้างส่วนใหญ่จะเป็น ไม้ โลหะ งาช้าง และปูนปั้น&amp;nbsp; โดยเฉพาะไม้และงาช้างมีรายละเอียดที่ประณีตงดงามมากที่สุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-3469887511856866374?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/3469887511856866374/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_7703.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/3469887511856866374'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/3469887511856866374'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_7703.html' title='พระสีวลี  พระอรหันต์ผู้บันดาลลาภผลและความอุดมสมบูณ์'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_ACTbzRSf4cM/S6uC4nLK6rI/AAAAAAAAABI/MS5Y-vnkL9E/s72-c/2155.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-2109167246245805557</id><published>2010-03-25T08:00:00.000-07:00</published><updated>2010-03-25T08:00:14.364-07:00</updated><title type='text'>พระโพธิสัตว์กวนอิมขนาดบูชาของสำนักต่างๆที่ได้รับความนิยม</title><content type='html'>-วัดเทพพุทธาราม (วัดเซียนฮุดยี่) สี่่แยกเฉลิมไทย อ.เมือง จ.ชลบุรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดไทย วัดจีนหรือวัดพุทธศาสนามหายานแทบทุกวัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;พระเครื่องพระโพธิสัตว์กวนอิมของสำนักต่างๆที่ได้รับความนิยม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-พระเครื่องโพธิสัตว์กวนอิม เนื้อดิน ด้านหลังเป็นภาษาจีน&amp;nbsp; พ่อท่านคล้าย&amp;nbsp; วัดสวนขัน&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-เหรียญกวนอิมโพธิสัตว์ มูลนิธิโรงพยาบาลเทียนฟ้า เยาวราช กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-พระเครื่องโพธิสัตว์กวนอิม วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-พระเครื่องโพธิสัตว์กวนอิม หลวงปู่โต๊ะ&amp;nbsp; วัดประดู่ฉิมพลี&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-เหรียญเจ้าแม่กวนอิม วัดทรัพย์ไม้แดง จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp; ปลุกเสกโดยหลวงปู่โต๊ะ&amp;nbsp; วัดประดู่ฉิมพลี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-เหรียญเจ้าแม่กวนอิมปี 2519 จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; ปลุกเสกโดยหลวงพ่อคูณและหลวงปู่โต๊ะ&amp;nbsp; (เหรียญนี้ดังและศักดิ์สิทธิ์มากๆ เพราะปลุกเสก โดย พระเกจิอาจารย์จอมขมังเวททัี้ง 2 รูป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์ปาฏิหาริย์ของพระอวโลกิเตศวรกวนอิมโพธิสัตว์มีมากมายจริงๆครับ นอกจากประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp; ยังมีประสบการณ์ของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ จีนไต้หวัน&amp;nbsp; เกาะฮ่องกง สิงคโปร์&amp;nbsp; บารมีท่านสูงส้นเหลือเกิน&amp;nbsp; แม้เพียงอธิษฐานขอพรจากรูปเหมือนเจ้าแม่กวนอิมเนื้อเซรามิก ธรรมดาๆที่ขายกันตามท้องตลาด ก็ยังศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; ให้พรกันมานักต่อนักแล้ว&amp;nbsp; ท่านผู้อ่านจะลองอธิษฐานขอพรบ้างก็ได้นะครับ แต่มีข้อแม้ว่าท่านต้องปฏิบัติตามข้อห้ามของพระแม่กวนอิม คือ &lt;b&gt;งดเว้นการบริโภคเนื้อวัวเนื้อควาย และหมั่นถือศีลกินเจตามโอกาสอันควรด้วย(เทศกาลกินเจ) แล้วท่านจะประสบอานุภาพแห่งพระแม่กวนอิมด้วยตัวท่านเอง&lt;/b&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-2109167246245805557?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/2109167246245805557/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_25.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/2109167246245805557'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/2109167246245805557'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_25.html' title='พระโพธิสัตว์กวนอิมขนาดบูชาของสำนักต่างๆที่ได้รับความนิยม'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-1325064062740033865</id><published>2010-03-19T05:48:00.000-07:00</published><updated>2010-03-19T05:48:20.483-07:00</updated><title type='text'>คาถาหัวใจพระโพธิสัตว์กวนอิม</title><content type='html'>"&lt;b&gt;โอม มะ ณี ปะ มี ฮง&lt;/b&gt;" (ภาษาจีน)หรือ "&lt;b&gt;โอม มณี ปัท เม หุม&lt;/b&gt;"(ภาษาสันสกฤต)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คาถา"&lt;b&gt;โอม มะ ณี ปะ มี ฮง&lt;/b&gt;" นี้ใช้สวดได้ทุกออิริยาบถ ทุกเวลา ถ้ายิ่งสวดได้มากยิ่งเป็นการดี การสวดหนึ่งครั้งผู้สวดควรสวดด้วยจิตน้อมถึงองค์พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ (อวโลกิเตศวร) จึงเป็นบุญเป็นผลอเนกอนันต์เวลาสวดอย่ารีบร้อน ให้ใช้วิธีนับประคำ 108 เม็ด คือ สวด 1 จบ นับประคำ 1 เม็ด สวดจนครบ 108 จบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คาถา"&lt;b&gt;โอม มา ณี ปะ มี ฮง&lt;/b&gt;" หรือ"&lt;b&gt;โอม มณี ปัท เม หุม&lt;/b&gt;" เป็นคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธมหายานทั้งหลายไม่ว่าในประเทศอินเดีย ธิเบต จีน เกาหลี ไต้หวัน เป็นต้น ต่างทราบกันดีว่า เป็นคาถาหัวใจของพระโพธิสัตว์กวนอิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูลเหตุแห่งพระคาถาบทนี้มีว่า ในครั้งอดีตอันยาวนานขณะที่พระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรกำลังเข้าสมาธิบำเพ็ญบารมีอยู่นั้น หมู่มารได้มารังควาน แต่ด้วยพระมหาเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ไพศาลของพระองค์ จึงมิได้ตอบโต้แต่ประการใด หมู่มารเห็นเช่นนั้นก็ได้ใจ ยิ่งราวีหนักขึ้น จนในที่สุดพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรได้ทรงเปล่งพระวาจาออกมาสั้นๆเพียง 6 คำ แต่เปี่ยมด้วยบุญญาภินิหารอันยิ่งใหญ่มิอาจจะเปรียบประมาณได้ซึ่งก่อกำเนิดมาจากก้นบึ้งแห่งดวงจิตที่ได้บำเพ็ญสั่งสมบุญบารมีมานานนับภพชาติไม่ถ้วนว่า&amp;nbsp; "&lt;b&gt;โอม มา ณี ปะ มี ฮง&lt;/b&gt;" ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ของพระคาถาบทนี้เอง ทำให้หมู่มารทั้งหลายต่างขวัญหนีแตกกระเจิงไปสิ้น&amp;nbsp; อีกทั้งเหล่าทวยเทพยดาบนชั้นฟ้าต่างลุกขึ้นมาโมทนาสาธุโดยทั่วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;"โอม&amp;nbsp; มา&amp;nbsp; ณี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปะ&amp;nbsp; มี&amp;nbsp; ฮง"&lt;/b&gt; นี้คือ มณีแห่งดอกบัว หรือหัวใจที่เบิกบานใจที่สะอาดสว่างหลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการ คือ กิเลสที่ร้อยรัดให้เศร้าหมอง&amp;nbsp; &lt;b&gt;มณี &lt;/b&gt;คือใจของเรา&amp;nbsp; &lt;b&gt;ดอกบัว&lt;/b&gt; คือ อาสนะอันบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดังนั้นผู้ที่ภาวนาพระคาถานี้อยู่เนืองๆย่อมเป็นผู้ที่มีแก้วสารพัดนึก จะเป็นอาสนะอันวิเศษนำพาให้ไปถึงนิพพานได้&lt;/b&gt; (นิพพาน คือ ภาวะแห่งการหลุดพ้นในพุทธศาสนา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าลืมคาถานี้นะครับสำหรับผู้ที่เคารพและรักเจ้าแม่กวนอิม คาถาหัวใจ สั้นๆมีแค่ 6 คำ หวังว่า คงไม่จำกันยากจนเกินไปนะครับ&amp;nbsp; "&lt;b&gt;โอม&amp;nbsp; มา&amp;nbsp; ณี&amp;nbsp; ปะ&amp;nbsp; มี&amp;nbsp; ฮง&lt;/b&gt;"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-1325064062740033865?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/1325064062740033865/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_19.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/1325064062740033865'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/1325064062740033865'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_19.html' title='คาถาหัวใจพระโพธิสัตว์กวนอิม'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-482804184699527461</id><published>2010-03-16T11:07:00.000-07:00</published><updated>2010-03-16T11:07:19.192-07:00</updated><title type='text'>พระโพธิสัตว์กวนอิม  องค์ใหญ่สถานที่ท่านสามารถไปสักการบูชา</title><content type='html'>-พระตำหนักพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์&amp;nbsp; ซอย โชคชัยสี่&amp;nbsp; เขตลาดพร้าว&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-มูลนิธิโรงพยาบาลเทียนฟ้า&amp;nbsp; เยาวราช&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดอินทรวิหาร&amp;nbsp; เขตพระนคร&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดอนัมนิกายาราม (วัดญวนบางโพ)&amp;nbsp; ถนน ประชาราษฎร์&amp;nbsp; สาย 1 เขตบางซื่อ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดชำนิหัตถการ&amp;nbsp; เขตปทุมวัน&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดประดู่ฉิมพลี&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดศรีมหาโพธิ์&amp;nbsp; อำเภอ นครชัยศรี&amp;nbsp; จังหวัด นครปฐม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-พุทธสถานจีเต็กลิ้ม&amp;nbsp; อำเภอ เมือง&amp;nbsp; จังหวัด นครนายก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-พระโพธิสัตว์กวนอิม&amp;nbsp; ใกล้วัดช่องลม&amp;nbsp; จังหวัด สมุทรสาคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดถ้ำแฝด&amp;nbsp; จังหวัด กาญจนบุรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม&amp;nbsp; อำเภอ แก่งกระจาน&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี(ปางพันมือองค์ใหญ่ที่สุดในโลก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-พระโพธิสัตว์กวนอิมทอง&amp;nbsp; (ในวิหารแก้ว) ใกล้พระอุโบสถ&amp;nbsp; วัดห้วยทรายใต้&amp;nbsp; อำเภอ ชะอำ&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-วัดท่าตอน&amp;nbsp; อำเภอ แม่อาย&amp;nbsp; จังหวัด เชียงใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-มูลนิธิซำปอกง (หลวงพ่อโต)&amp;nbsp; อำเภอ ทุ่งสง&amp;nbsp; จังหวัด นครศรีธรรมราช (โพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-พระวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม&amp;nbsp; วัดหนองหอย&amp;nbsp; อำเภอ เมือง&amp;nbsp; จังหวัด ราชบุรี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-482804184699527461?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/482804184699527461/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_16.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/482804184699527461'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/482804184699527461'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_16.html' title='พระโพธิสัตว์กวนอิม  องค์ใหญ่สถานที่ท่านสามารถไปสักการบูชา'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-2944464370531400707</id><published>2010-03-14T10:47:00.000-07:00</published><updated>2010-03-14T10:47:50.355-07:00</updated><title type='text'>กำเนิดพระแม่กวนอิม</title><content type='html'>อาณาจักรชิงหลินมีเจ้าผู้ครองนามว่า พระเจ้าเมี่ยวจวงและมเหสีเชี่ยวหลิน มีพระธิดาอยู่ 3 พระองค์ คือ พระนางเมี่ยวเซง&amp;nbsp; พระนางเมี่ยวหยิน และ&lt;span style="font-size: small;"&gt;พระธิดาเมี่ยวซัน(เจ้าแม่กวนอิม)&amp;nbsp; พระธิดาองค์นี้มีความงามบริสุทธิ์ตรึงใจของบุรุษเพศและผู้พบเห็น นอกจากจะมีความงามภายนอกแล้วดวงพระทัยของพระองค์ยังทรงมีน้ำพระทัยเมตตาอารีแก่คนและสัตว์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;พระราชธิดาเมี่ยวซัน ได้เติบโตเป็นสาวขึ้นมาท่ามกลางสภาพการประหัตประหาร พระองค์จึงได้ตั้งปณิธานไว้ว่า&amp;nbsp; "จะต้องพยายามด้วยความมานะอดทนเพื่อขจัดทุกข์ของมวลมนุษย์ทั้งหลายให้พบความสุขให้จงได้"แต่พระบิดาต้องการให้มีคู่ครองเพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญป้องกันอาณาจักรชิงหลิน แต่นางได้กราบทูลต่อบิดาว่า "ข้าฯ แต่บิดาผู้มีพระคุณผู้มีพระคุณล้ำฟ้าของลูก ลูกทราบเจตนาของบิดาที่จะให้ลูกมีความสุขกับชายผู้กล้า แต่หม่อมฉันขอพระกรุณาจากพระราชบิดา ลูกขอกราบบังคมทูลไปออกบวชเป็นพระภิกษุณี บำเพ็ญบุญกำจัดบาปจนกว่าจะบรรลุพระโพธิสัตว์ญาณ" ทำให้พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่พอพระท้ย แต่ก็พยายามปลอบและขู่ไปด้วยในที ก็หาชนะจิตใจของพระนางไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style="background-color: black;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;พระราชบิดาพยายามแกล้งให้พระราชธิดาทุกข์ยากลำบาก จะได้กลับใจเลือกคู่ครอง แต่พระโพธิสัตว์มีความเด็ดเดี่ยวมั่นคงยิ่งนัก เมื่อพระราชธิดา เมี่ยวซันได้ออกบวชเป็นภิกษุณี&amp;nbsp; พระนางทำงานด้วยพระองค์เอง&lt;/span&gt;&lt;span style="background-color: black;"&gt;&lt;/span&gt;ทุกอย่าง แต่น่าอัศจรรย์ ด้วยอำนาจบุญกุศล ทุกครั้งที่พระนางจะทำอะไร มัีกมีเหล่าเทวดาที่สถิตอยู่ในที่ต่างๆ พากันมารับอาสาช่วยเหลือแทนอยู่เสมอ จึงทำให้พระนางมิต้องแตะต้องงานเหล่านี้เลย คงมีแต่การบำเพ็ญสมาธิภาวนาเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอเหตุการณ์ทราบถึงพระกรรณของบิดา จึงมีบััญชาให้ทหารไปทำการเผาอารามนกขาว เมื่อแสงพระเพลิงสว่างขึ้น พระภิกษุณีเข้าที่ทำสมาธิ ได้อธิษฐานจิตลงไปว่า "ขอพระเพลิงอย่าลุกลามทำลายอารามให้เป็นที่เสียหายเดือดร้อนเลย ข้าพเจ้าขอรับความทุกข์แต่เพียงผู้เดียว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทพเทวาจึงบันดาลให้บังเกิดฝนตก จนสามารถดับเพลิงได้หมดพระเจ้าเมี่ยวจวงได้ล่วงรู้ความเป็นความเป็นผู้มีบุญญาธิการแก่กล้านัก&amp;nbsp; ก็ทรงพิโรธ&amp;nbsp; ให้ทหารไปจับตัวพระธิดามาและตรัสสั่งให้ประหารชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำพระทัยแห่งพระโพธิสัตว์เจ้ามิเคยหวั่นไหว ไม่ทรงขอร้องให้ชีวิตยืนอยู่ต่อไป&amp;nbsp; จิตใจเยือกเย็นดุจหยาดน้ำทิพย์ หลับพระเนตร นิ่งนึกแผ่เมตตาธรรมแก่พระราชบิดา&amp;nbsp; พระราชมารดา และบรรดาเพชรฆาต ไม่ขอติดใจให้กลายเป็นหนี้กรรมต่อกัน&amp;nbsp; เมื่อดาบของเพชรฆาตกระหน่ำลงสู่พระศอ กลับเด้งขึ้นอย่างรุนแรง หอกของเพชฌฆาตลงไปสู่สรีระกลับไม่เกิดผลอีกเช่นเคย ต่อจากนั้นอาวุธนานาชนิดต่างก็ก่อกรรมกับร่างกายพระนาง ก็หาระคายผิวของพระธิดาไม่&amp;nbsp; จึงรับสั่งให้ทหารเอาผ้าแพรมารัดคอฟ้าดินมองเห็นความโหดร้าย ทันใดนั้นมีแสงสว่างลอยพุ่งมาจากขอบฟ้า ตรงมายังร่างสงบนิ่งของพระภิกษุณีเมี่ยวซัน พลันผ้าแพรที่รัดคอกลับกลายเป็นพยัคฆามาคาบร่างพระภิกษุณีโผนออกสู่ราวป่า ภิกษุณีเมี่ยวซันครั้นลืมพระเนตรก็พบพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งมาทดสอบจิตใจของท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระภิกษุณีเมี่ยวซันได้ติดตามพระโพธิสัตว์ผู้มาโปรด&amp;nbsp; เพื่อได้บำเพ็ญบารมีสมดังใจปรารถนา&amp;nbsp; โดยได้นำพระภิกษุณีเมี่ยวซันเกาะอันสงบ 9 ปีแห่งการบำเพ็ญธรรม ได้บรรลุผลแห่งความพากเพียรจนสำเร็จผลเป็นพระโพธิสัตว์เจ้า มีฉายาธรรมในภาษาจีนว่า "กวนซี อิมผ่อสัก" ซึ่งหมายถึงพระโพธิสัตว์ผู้สดับฟังเสียงแห่งโลก เมื่อบรรลุสมความปรารถนาแล้ว ทรงกำหนดจิตถึงพระบิดาทางสมาธิก็ให้แจ้งตามความเป็นจริงว่า พระบิดาเมี่ยวจวงเกิดประชวรอย่างหนัก ทั้งยังมีศัตรูปองร้ายคอยฉวยโอกาสที่จะแก้แค้นอยู่เป็นนิตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทรงรำพึงในใจว่า "ลำพังการรักษาพระโรคของพระราชบิดาก็ย่อมหายได้&amp;nbsp; แต่วิสัยของพระบิดาเป็นบุคคลที่มีความทิฐิมากนักไม่ยอมให้รักษาเป็นเด็ดขาด&amp;nbsp; ทางที่ดีควรให้ศิษย์ผู้ปัญญาหาอุบายไปรักษาให้ จะสมควรกว่า" ศิษย์ของพระองค์ที่ชื่อ ซานใช้ จึงเดินทางเข้าพระราชวังดำเนินการตามอุบายที่รับสั่งมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โรคภัยของพระองค์ในครั้งนี้จะรักษาให้หายจริงๆแล้ว จำต้องใช้สิ่งสำคัญมาทำยา&amp;nbsp; มีตัวยาสำคัญดังนี้่้ ต้องใช้แขนขาและดวงตาทั้ง 2 ข้างของพระโพธิสัตว์มาทำเป็นยา&amp;nbsp; นอกจากตัวยาวิเศษนี้แล้วจะไม่มียาใดๆเลยในโลกนี้จะรักษาได้"&amp;nbsp; ซานใช้ทูลต่อพระเจ้าเมี่ยวจวง&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเจ้าเมี่ยวจวงจึงสั่งให้เสนาบดีไปเอาดวงตาและแขนของพระโพธิสัตว์มาให้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าแม่กวนอิมพระโพธิสัตว์เจ้าทรงสละทานอันยิ่งใหญ่ เพื่อทดแทนพระคุณของบิดา ด้วยการควักดวงตาและบั่นแขนทางด้านซ้ายอย่างละหนึ่ง&amp;nbsp; แล้วมอบให้ทหารนำไปทำยารักษาพระโรคของพระเจ้าเมี่ยวจวง เมื่อประกอบตัวยาแล้วเสวย ทำให้พระโรคของพระองค์หายไปครึ่งหนึ่งในความรู้สึกของพระองค์ แต่อย่างไรก็ตามอาการเจ็บป่วยและทุกขเวทนาของพระเจ้าเมี่ยวจวงก็ยังทรงอยู่&amp;nbsp; ทำให้เกิดความทุกข์อย่างมาก ในที่สุดซานใช้ ได้บอกให้เสนาบดีและทหารออกไปรับตัวยาวิเศษ คือ ดวงตาข้างขวาและแขนขวาของพระโพธิสัตว์เจ้ามาทำยาถวาย&amp;nbsp; เพื่อกำจัดโรคภัยที่ยังคั่งค้างอยู่จนหายทุกขเวทนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความลี้ลับอัศจรรย์เกิดขึ้นเพราะอำนาจแห่งความเป็นผู้รู้จักพระคุณของบิดามารดา&amp;nbsp; และอำนาจแห่งทานคือการเสียสละอันยิ่งใหญ่นั่นเอง&amp;nbsp; พระเจ้าเมี่ยวจวงผู้ครองอาณาจักรชิงหลิน จึงหายจากโรคร้ายนั้นอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp; ยาวิเศษอันประกอบด้วยดวงตาและแขนของพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ได้ทำความประหลาดใจแก่พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่น้อย จึึงตรัสถามซานใช้ ไปว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เรามีความสงสัยแท้&amp;nbsp; พระโพธิสัตว์องค์ใดหนอที่อุิทิศตาและแขนให้กับเราเพื่อมาทำยา&amp;nbsp; ท่านมีนามว่ากระไรหรือ" ซานใช้ได้ทูลความจริงให้ทราบว่า "ข้าฯแต่พระองค์&amp;nbsp; ดวงตาและแขนที่นำมาทำยาถวายพระองค์ไปนั้น แท้จริงแล้วท่านได้ฉายานามว่า พระโพธิสัตว์กวนอิมหรือกวนซีอิมผ่อสัก&amp;nbsp; แต่เดิมพระองค์ก็คือพระธิดาเมี่ยวซันของพระองค์เองพระเจ้าข้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้าเมี่ยวจวงถึงกับทรุดลงน้ำตาคลอบังเกิดสำนึกบาปกรรมของตนที่ทรงกระทำไ้ว้แก่พระธิดาอย่างสาหัส ฉับพลันความสำนึกผิดบังเกิดขึ้นภายในดวงใจ&amp;nbsp; ด้วยอำนาจบารมีของพระโพธิสัตว์กวนอิม สามารถดับความโลภ ความโกรธ ความหลง ออกได้จนหมดสิ้น พระองค์จึงทรงประกาศสละราชสมบัติ&amp;nbsp; มอบหมายหน้าที่การเมืองให้ราชบุตรเขยดูแลแทน พระองค์ขอติดตามไปกราบพระแม่กวนอิม ก่อนออกจากอาณาจักร&amp;nbsp; พระเจ้าเมี่ยวจวงได้กระทำความดีไว้ด้วยการทำทานอันยิ่งใหญ่ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ทรงปลดปล่อยเชลยศึกจนหมดสิ้น&lt;br /&gt;2.คืนทรัพย์สินสมบัติต่างๆที่เคยยึดมาจากต่างเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้นพระเจ้าเมี่ยวจวง พระมเหสีและพระพี่นางไปถึงอาวาสของพระโพธิสัตว์พระแม่กวนอิมแล้ว ได้พบกับภาพอันน่าสลดใจนั้นถึงกับร่ำใชไห้ด้วยความสงสาร&amp;nbsp; เพราะสภาพสังขารของพระโพธิสัตว์ที่ไร้ดวงตา และแขนทั้งสองถูกบั่นออก พระเจ้าเมี่ยวจวงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง&amp;nbsp; การปฏิบัติสมาธิภาวนาจิตใจที่เจริญพรหมวิหารธรรมอยู่เป็นวิสัยอันนับชาติไม่ถ้วน&amp;nbsp; พระโพธิสัตว์กวนอิมได้กล่าวแก่พระบิดาว่า "ขอพระบิดาเจ้าอย่าไปเสียพระทัยไปเลย&amp;nbsp; ข้าพเจ้ามีความเต็มใจเสียสละอวัยวะร่างกาย แม้กระทั่งชีวิตถวายเพื่อความกตัญญูต่อพระบิดาได้เสมอ ขอเพียงพระบิดามีพระชนม์ต่อไปเพียงเท่านั้น"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยพระอำนาจแห่งพุทธานุภาพและคุณงามความดีเมื่อกล่าวกับพระบิดาจบลง ดวงตาทั้งสองข้างพร้อมด้วยแขนซ้ายขวาก็กลับคืนสู่พระโพธิสัตว์กวนอิมโดยฉับพลัน&amp;nbsp; พระบิดาเมี่ยวจวงและพระมารดาเซี่ยวหลิน&amp;nbsp; ตลอดถึงข้าราชบริพารที่มาเฝ้า&amp;nbsp; ต่างก็ได้ขอปวารณาตนบำเพ็ญธรรมกับพระโพธิสัตว์กวนอิม&amp;nbsp; อยู่ฝึกฝนอบรมธรรมจนเกิดสติปัญญาออกเผยแพร่สัจธรรมสืบต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับความดีความกตัญญูและความมหัศจรรย์ของพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์&amp;nbsp; สมควรที่ท่านจะมีเครื่องรางของขลังเจ้าแม่กวนอิมไว้บูชาติดตัวและติดบ้านหรือไม่ ถามใจท่านดู แต่สำหรับผมล้านเปอร์เซนต์ ผมต้องมีไว้บูชาติดตัวติดบ้านไว้ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตครับผม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-2944464370531400707?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/2944464370531400707/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_14.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/2944464370531400707'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/2944464370531400707'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_14.html' title='กำเนิดพระแม่กวนอิม'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-1027411752229768972</id><published>2010-03-13T10:15:00.000-08:00</published><updated>2010-03-13T10:15:44.113-08:00</updated><title type='text'>เจ้าแม่กวนอิม  รักและเคารพเจ้าแม่ต้องไม่รับประทานเนื้อสัตว์อย่างน้อยปีละครั้ง</title><content type='html'>เจ้าแม่กวนอิมจัดเป็นเครื่องรางของขลังประเภทพระ ที่เราชาวพุทธศาสนิกชนควรมีไว้บูชาไม่ว่าจะแบบห้อยคอหรือแบบบูชา เพราะเจ้าแม่กวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมมหากรุณาอันยิ่งใหญ่ไพศาลและสดับรับฟังเสียงของชาวโลก&amp;nbsp; ผู้ปรารถนาจะรื้อขนสัตว์โลกข้ามห้วงน้ำมหานทีไปสู่นิพพาน&amp;nbsp; แม้กระทั่งความปรารถนาในทางโลก เช่น ความมั่งมีศรีสุข&amp;nbsp; พระองค์ก็ทรงประทานให้ได้&amp;nbsp; ด้วยมหาบุญฤทธิ์แห่งความเป็นโพธิสัตว์ ทั้งยังให้ความคุ้มครองป้องกันภัยและความเจริญก้าวหน้าแก่ผู้สักการบูชาและปฏิบัติตนตามที่ท่านกำหนด คือ &lt;span style="font-size: large;"&gt;การไม่กินเนื้อวัวและกินเจปีละ&amp;nbsp; 1 ครั้ง หรือปฏิบัติตลอดชีวิต ท่านยิ่งจะโปรดมาก&lt;/span&gt;&amp;nbsp; ซึ่งตัวกระผมทำได้คือ กินเจติดต่อกันมา 6 ปีแล้วในช่วงเทศกาลกินเจติดต่อกัน 10 วัน&lt;br /&gt;ยังจำได้ว่า ในช่วงปีแรกที่กระผมเข้าเจหรือกินเจ ใหม่ๆยอมรับว่า ทำยากมากๆ แต่พอทำได้แล้วคุ้มเอามากๆ&lt;br /&gt;ที่เห็นได้ชัดก็คือ สุขภาพร่างกายใน 10 วัน ที่ผมกินเจ มันยอดเยี่ยมและเฟอร์เฟคเอามากๆ&amp;nbsp; สมาธิดีมาก กลิ่นตัวก็ไม่เหม็นซากเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว&amp;nbsp; ตัวเบาหวิิว&amp;nbsp; ฟิตๆ&amp;nbsp; จิตใจเป็นสุขมาก&amp;nbsp; สาเหตุที่เข้ากินเจตอนแรกก็เนื่องมาจาก&amp;nbsp; ผมป่วยเป็นโรคประหลาด คือ ปวดหัว ทุกวัน จะตายเอาให้ได้&amp;nbsp; หาหมอคนไหนก็หาสาเหตุที่แท้จริงให้ผมไม่ได้&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ก็จะบอกผมว่า ให้เข้านอนแต่หัวค่ำ&amp;nbsp; รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และไม่สูบบุหรี่&amp;nbsp; คือพูดง่ายๆก็คือให้ปฏิบัติตัวแบบควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอทั้งหมดว่า งั้นเถอะ&amp;nbsp; แต่มันไม่หายนะครับ&amp;nbsp; ช่วงนั้นผมเหมือนคนบ้าไปเลยสำหรับหมอทั้งหลายแหล่&amp;nbsp; บ้างก็หาว่าผมคิดมากบ้าง&amp;nbsp; สารพัดที่คุณหมอทั้งหลายจะเดา&amp;nbsp; อยู่มาวันหนึ่งผมมาเจอทางออกอย่างเหลือเชื่อมีเทศกาลกินเจ&amp;nbsp; ก่อนกินเจผมต้องฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าแม่กวนอิมก่อน&amp;nbsp; ผมก็อธิษฐานในใจกับเจ้าแม่ว่า ขอให้หายปวดหัว&amp;nbsp; มีไข้ลุมๆ&amp;nbsp; ซะทีผมจะไม่ไหวอยู่แล้ว&amp;nbsp; ปรากฎว่า&amp;nbsp; เหมือนปาฏิหาริย์ซึ่งที่เป็นมาประมาณเกือบ&amp;nbsp; 4-5 เดือนได้หายไปหลังจากผมกินเจไปได้&amp;nbsp; 5 วัน จากนั้นมาผมก็ได้เข้าเจมาตลอดโดยไม่ขาดทุกปี&amp;nbsp; แต่ก็แอบละอายใจอยู่เหมือนกันว่า ทำไมไม่ทำให้ได้ตลอดชีวิต&amp;nbsp; เหตุผลมันมีหลายอย่าง เรื่องสังคมบ้าง&amp;nbsp; เรื่องแฟนบ้าง กลัวแฟนเซ็ง เวลาทานข้าวด้วยกันแล้วผมทานเจ&amp;nbsp; นี้ละหน่าดังคำที่&amp;nbsp; "&lt;span style="font-size: large;"&gt;ยอดคนมักจะทำในสิ่งที่คนธรรมดาทำไม่ได้&lt;/span&gt;" มันต้องเสียสละในหลายๆอย่าง&amp;nbsp; ที่ผมรักและเคารพเจ้าแม่กวนอิมมากก็คือ ท่านคือผู้ปลดปล่อยชีวิตสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า&amp;nbsp; พระคุณอันนี้ใหญ่หลวงนักกับมวลสรรพสัตว์ในโลกนี้&amp;nbsp; ผมเข้าใจดีว่า ไม่มีใครอยากตาย อย่างบาดเจ็บและทรมาน&amp;nbsp; แต่ความอยู่รอดของโลกใบนี้มันช่างโหดร้ายยิ่งนัก Wild World&amp;nbsp; ชีวิตต่อชีวิตจริงๆ แต่ผมก็ยอมรับนะว่า เป็นวิถีชีวิตที่เลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp; บางครั้งเวลาผมขับรถไปต่างจังหวัด เห็นหมูอยู่บนรถ ก็อดสงสารไม่ได้เหมือนกัน&amp;nbsp; ผมเคยถามพระ&amp;nbsp; พระท่านก็บอกว่า การที่เรากินเนื้อสัตว์มันไม่บาป&amp;nbsp; ด้วยเหตุผลที่ว่า เรากินเพื่ออยู่รอด&amp;nbsp; เราไม่ได้ทำเกินกว่านั้น อาจจะหมายถึงการทำธุรกิจ ก็ได้นะ แต่อย่าคิดมากกันไปเลยครับ เอาเป็นว่า เรามาเชิดชูความดีและความสูงส่งของ เจ้าแม่กวนอิมกันดีกว่า ว่าเป็นอย่างไร&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-1027411752229768972?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/1027411752229768972/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_13.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/1027411752229768972'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/1027411752229768972'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_13.html' title='เจ้าแม่กวนอิม  รักและเคารพเจ้าแม่ต้องไม่รับประทานเนื้อสัตว์อย่างน้อยปีละครั้ง'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-3489581810016265681</id><published>2010-03-12T06:02:00.000-08:00</published><updated>2010-03-12T06:02:44.966-08:00</updated><title type='text'>พญาเต่าเรือน  คาถาบูชา</title><content type='html'>มีหัวใจพญาเต่าเรือนอยู่ 4 ตัว&amp;nbsp; คือ&lt;span style="font-size: large;"&gt; "นา สัง สิ โม"&lt;/span&gt; มีอุปเท่ห์มากมาย แล้วแต่จะใช้ไปในทางใด โดยขั้นต้นให้ท่องนะโม&amp;nbsp; 3 จบก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ท่องหัวพญาเต่าเรือน " นา&amp;nbsp; สัง&amp;nbsp; สิ&amp;nbsp; โม"&amp;nbsp; วันละ 9 จบ&amp;nbsp; หรือ "นะมะพะทะ นาสังสิโม&amp;nbsp; สังสิโมนา&amp;nbsp; สิโมนาสัง&amp;nbsp; โมนาสังสิ&amp;nbsp; นะอุทะกะ เมมะอะอุอะ"&amp;nbsp; หรือ "นาสังสิโม&amp;nbsp; สังสิโมนา&amp;nbsp; สิโมนาสัง&amp;nbsp; โมนาสังสิ&amp;nbsp; สุวัณณะมามา&amp;nbsp; โภชะนะมามา&amp;nbsp; วัตถุวัตถา&amp;nbsp;&amp;nbsp; พะลาพะลังมามา&amp;nbsp; โภคะมามา&amp;nbsp; มะหาลาโภมา&amp;nbsp; สัพเพชะนา&amp;nbsp; ภะวันตุเม" 1 จบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพญาเต่าเรือนจะนำโชค&amp;nbsp; เสริมบารมีให้สำเร็จในอายุ&amp;nbsp; บริวาร&amp;nbsp; เกรียรติยศและโภคทรัพย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ถ้าใช้ป้องกันตัวทางคงกระพัน&amp;nbsp; ให้ภาวนากลับไปกลับมาว่า&amp;nbsp; "นาสังสิโม&amp;nbsp; สิโมนาสัง&amp;nbsp; สังสิโมนา&amp;nbsp; โมนาสังสิ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ตอนเที่ยงวัน&amp;nbsp; ให้วักน้ำที่บูชาเต่าหรือใช้เต่าที่ห้อยคอมาลูบหน้าอก&amp;nbsp; แล้วกล่าวคาถา "นาสังสิโม&amp;nbsp; สังสิโมนา&amp;nbsp; สิโมนาสัง&amp;nbsp; โมนาสังสิ" จะเกิดคุณอันประเสริฐดีนักแล&lt;br /&gt;l&lt;br /&gt;4.สำหรับด้านคดีความ&amp;nbsp; ในตำรับพุทธสโรของหลวงพ่อเดิมท่านมีคาถาให้สวดก่อนขึ้นศาล&amp;nbsp; ในกรณีทีูู่ถูกกลั่นแกล้ง ถูกใส่ร้ายใส่ความ&amp;nbsp; ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นโมพุทธายะ&amp;nbsp; นะผิด&amp;nbsp; โมเฟือน&amp;nbsp; พุทเลื่อนเปื้อน&amp;nbsp; ธาเฟือนหัวใจ&amp;nbsp; ยะวังเวงสูญเปล่า&amp;nbsp; นะเคลิ้มเคลื้อน&amp;nbsp; สังให้สะเทือนหัวใจ&amp;nbsp; สิหลงใหลมา&amp;nbsp; โมวังเวงสับสน&amp;nbsp; นะเข้าใจดล&amp;nbsp; สังบังเกิดในใจคน&amp;nbsp; มีแล้วสูญไป&amp;nbsp; ชิวหาอย่าได้มาประจักษ์แก่ตา&amp;nbsp; โมเดชเดชะ&amp;nbsp; ฤทธาเจ้าพญาเต่าเลือน&amp;nbsp; สังให้สะเทือนเฟือนสิ้นทุกคน&amp;nbsp; อิสะวาสุ&amp;nbsp; นาสังสิโม&amp;nbsp; มะอะอุ&amp;nbsp; ภะคะวานาโถ&amp;nbsp; นะโมพุทธายะ&amp;nbsp; นะปิดปาก&amp;nbsp; โมปิดใจ&amp;nbsp; พุทละลายสูญ&amp;nbsp; ฆะเตสิก&amp;nbsp; ฆะเตสิก&amp;nbsp; กิงกะระนัง&amp;nbsp; อะหังจิตตัง&amp;nbsp; พุทธะชานามิ&amp;nbsp; ธัมมะชานามิ&amp;nbsp; สังฆะชานามิ&amp;nbsp; อัตถะอะ&amp;nbsp; ฉิบหาย&amp;nbsp; สวาหะ&amp;nbsp; สวาหาย&amp;nbsp; สวาสูญ"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-3489581810016265681?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/3489581810016265681/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_12.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/3489581810016265681'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/3489581810016265681'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_12.html' title='พญาเต่าเรือน  คาถาบูชา'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-7619281828939663475</id><published>2010-03-10T11:02:00.000-08:00</published><updated>2010-03-10T11:02:59.808-08:00</updated><title type='text'>พญาเต่าเรือน   วัตถุประสงค์ในการสร้างและการสักการบูชา</title><content type='html'>โบราณาจารย์ผู้สร้างท่านมักจะสักด้วย หมึกเขียนเป็นผ้ายันต์หรือทำเป็นเครื่องรางรูปพญาเต่าเรือน มอบให้ลูกศิษย์นำไปใช้บูชาสำหรับป้องกันภัยและเครื่องรางทางมหาเศรษฐี&amp;nbsp; ด้วยการผูกยันต์ขึ้นในรูปตัวเต่า พร้อมลงอักขระเรียกสูตรตามขั้นตอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสร้างเครื่องรางพญาเต่าเรือนขนาดเล็ก ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่นักเลงเครื่องราง&amp;nbsp; แต่ไม่แพร่หลายมากนัก&amp;nbsp; จนกระทั่ง หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย จังหวัดนครนายก&amp;nbsp; ท่านได้สร้างรูปเคารพของพญาเต่าเรือนขึ้นด้วยหิน มีหลายขนาด ตั้งแต่ใหญ่ขนาดสองคนแบก ไปจนถึงขนาดเล็กห้อยคอ ได้รับความเชื่อถือในวงกว้าง หรือหลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp; ท่านได้สร้างเหรียญพญาเต่าเรือนรุ่นแรก มีรูปของท่านประทับอยู่บนหลังพญาเต่าเรือน มีประสบการณ์เอกอุทางด้านมหาลาภและคุ้มกันภัย ช่วยปลุกกระแสความนิยมให้กับเครื่องรางชนิดนี้ให้ได้รับความนิยมสูงสุดในยุค ปัจจุบัน มีผู้นับถือและเสาะแสวงหามาสักการบูชากันอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พญาเต่าเรือนที่่่หายากและมีจำนวนน้อยก็ คือ&amp;nbsp; พญาเต่าเรือนเนื้อชินตะกั่ว&amp;nbsp; ของหลวงปู่ศุข&amp;nbsp; วัดปากคลองมะขามเฒ่า&amp;nbsp; เล่ากันว่า เมื่อท่านเทหล่อพญาเต่าเรือนและนำมาปลุกเสก&amp;nbsp; ปรากฎว่าเต่าจากทุกสารทิศคลานเข้ามาในลานวัด อย่างมากมายพอหลวงปู่ยุติการปลุกเสกมันก็พากันคลานหายไป&amp;nbsp; น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการพบรูปพญาเต่าหล่อด้วยทองคำ&amp;nbsp; หรือดุนเป็นแผ่นทองคำในพระเจดีย์สมัยอยุธยา และปรากฎว่า มีการสร้างพญาเต่าเรือนขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ด้วย&amp;nbsp; จากหลักฐานที่สอบค้นได้นั้นพบว่า&amp;nbsp; พญาเต่าเรือนขนาดใหญ่แกะจากไม้หรือหิน&amp;nbsp; วัตถุประสงค์เพื่อต่อสู้คดีความในศาลโดยมีหลักฐานระบุว่า&lt;br /&gt;"มันผู้ใดถูกใส่ความและกลั่นแกล้งโดยไม่ เป็นธรรมหรือต้องถูกนำตัวขึ้นศาล&amp;nbsp; ให้ประกอบพิธีโดยอ้างเอาบารมีพญาเต่าเลือน(อีกชื่อหนึ่งของพญาเต่าเรือน )เป็นที่ตั้ง มันผู้นั้นก็จะรอดพ้นจากคดีที่ถูกใส่ความกลั่นแกล้งด้วยเมตตาธรรมแห่งพญา เต่าเลือนแล"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การประกอบพิธีในที่นี้ก็คือ&amp;nbsp; ให้ผู้ถูกใส่ความไปนั่งยองๆเหนือหลังพญาเต่าเรือน ส่วนผู้ประกอบพิธีจะเสกน้ำมนต์พญาเต่าเรือน นำมารดลงศีรษะของผู้ถูกใส่ความ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ผู้ถูกใส่ความอธิษฐานขอบารมีพญาเต่าเรือนเป็นที่ตั้งเมื่อไปขึ้นศาล เดชะบารมีแห่งพญาเต่าเรือนโพธิสัตว์ก็จะทำให้ฝ่ายที่เป็นผู้ใส่ความเสียขบวน ให้ปากคำเลอะเลือนจนขาดน้ำหนัก&amp;nbsp; ทำให้ศาลยกฟ้องหรือตัดสินให้ผู้ถูกใส่ความเป็นฝ่ายชนะในที่สุด อีกทั้งยังพบอีกว่า&amp;nbsp; นอกจากการรดน้ำมนต์แล้วยังให้นำชื่อของคู่ความที่ใส่ร้ายมาเขียนลงบนกระดาษ แล้วเขียนยันต์พญาเต่าเรือนทับลงไป จากนั้นจึงเอาไปไว้ใต้รูปเคารพพญาเต่าเรือนจนกว่าจะสิ้นสุดคดีความ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีสักการบูชา&lt;br /&gt;เมื่อนำพญาเต่าเรือนเข้าบ้านให้จุดธูป 5 ดอก บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในบ้านให้รับรู้ ขออนุญาตนำพญาเต่าเรือนมาอยู่ในบ้าน เพื่อมาช่วยคุ้มครองป้องกันภัยและขับไล่สิ่งไม่ดีออกไป และขอให้ช่วยนำโชคลาภมาให้ สถานที่บูชาให้จัดวางในพาน(กรณีไม่ใช่แบบเหรียญห้อยคอ)&amp;nbsp; หรือบนแท่นหินอ่อนที่มีน้ำล้อมรอบ หรือวางพญาเต่าเรือนบนภาชนะอื่นๆที่มีน้ำ โดยรินน้ำพอปริ่มๆหรือครึ่งตัวเต่า(อย่าให้จมน้ำทั้งตัว) วางไว้ที่ด้านล่างของหิ้งพระต่ำกว่า พระพุทธรูป หรือจัดวางอยู่บนตู้บนโต๊ะ หรือเคาเตอร์เก็บเงินก็ไ้ด้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้บูชาด้วยน้ำสะอาด ถวายผักบุ้งและผักกาดขาวตามโอกาสอันควร จะถวายพวงมาลัยดอกมะลิกุหลาบก็ยิ่งดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;ข้อห้าม&lt;/span&gt;&amp;nbsp; ห้ามนำพญาเต่าเรือนไปงานศพ หรือ งานอัปมงคลทั้งหลาย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-7619281828939663475?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/7619281828939663475/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_10.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/7619281828939663475'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/7619281828939663475'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_10.html' title='พญาเต่าเรือน   วัตถุประสงค์ในการสร้างและการสักการบูชา'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-1490073534188950068</id><published>2010-03-09T09:31:00.000-08:00</published><updated>2010-03-09T09:31:13.269-08:00</updated><title type='text'>พญาเต่าเรือน  ภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์ผู้มีเมตตาต่อมวลมนุษย์</title><content type='html'>พญาเต่าเรือน คือเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งที่เป็นสุดเลิฟของผมเลยทีเดียวเพราะอะไรนะเหรอ ถ้าคุณได้ยินเรื่องราวและตำนานพญาเต่าเรือน แล้วคุณจะซึ้งจนน้ำตาไหล(พอๆกับตำนานของเจ้าแม่กวนอิมเลยทีเดียว)ว่าจะมีใครใจดีมีเมตตาและเสียสละให้กับมนุษย์อย่างเราๆท่านๆได้ขนาดนี้อีก ตำนานกล่าวไว้ในชาดกที่เรียกกันว่า พระเจ้า 500 ชาติกล่าวถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดพระสาวกและพุทธบริษัท ให้ได้ประจักษ์ ถึงบารมีที่พระองค์ทรงเสด็จมา เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์&amp;nbsp; ในลักษณะของสัตว์ผู้เปี่ยมไปด้วยศีลและทานบารมีก่อนถึงทศชาติ(10 ชาติสุดท้ายที่เสด็จลงมาอุบัติบนโลก จนบรรลุเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)&amp;nbsp; พระองค์ทรงเสวยพระชาติเป็นพญาเต่า&amp;nbsp; จำศีลภาวนา แต่ยังเล็กจนกระทั่งเติบใหญ่&amp;nbsp; ด้วยอำนาจแห่งศีลอันบริสุทธิ์&amp;nbsp; ทำให้พระองค์มีร่างกายที่ใหญ่โตเท่ากับบ้านเรือนที่อาศัยอยู่ของมนุษย์ โดยทรงขึ้นไปจำศีลอยู่บนยอดเขาบนเกาะร้างกลางทะเลและมีความสงบสุขตลอดมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่งมีเรือของพ่อค้าแล่นมาประสบพายุทำให้เรืออับปาง พ่อค้าและลูกเรือที่รอดตายจึงพากันว่ายน้ำมาอาศัยอยู่บนเกาะ&amp;nbsp; อดอยากหิวโหยเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp; ผลหมากรากไม้ที่มีก็เก็บกินประทังชีวิต&amp;nbsp; มีคนตายคราใดก็เอาศพมาเชือดเอาเนื้อมาเป็นอาหารเพื่อให้รอดตาย&amp;nbsp; จนที่สุดก็ไม่มีอะไรจะกิน&amp;nbsp; จนเืกือบจะฆ่ากันเองเพื่อเอาเนื้อมากิน&amp;nbsp; เต่าพระโพธิสัตว์ทรงทราบด้วยญาณสมาธิโดยตลอด รู้สึกเวทนาและบังเกิดความเมตตาอย่างสุดประมาณต่อบรรดาสัตว์โลกผู้ยากไร้ที่กำลังหิวโหยอยู่ด้านล่าง จึ่งอธิษฐานจิตว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยเหลือมนุษย์ผู้อดอยากหิวโหยเหล่านั้นได้ นอกจากร่างกายของข้าพเจ้า ขออุทิศชีวิตและร่างกายเพื่อช่วยให้มนุษย์เหล่านั้นรอดพ้นจากความตาย&amp;nbsp; ด้วยเดชะบารมีที่ข้าพเจ้าได้เคยทำมานี้&amp;nbsp; จงเป็นพละปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้พบกับพระนิพพานในอนาคตกาลข้างหน้าด้วยเถิด"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อธิษฐานจิตแน่วแน่แล้ว พญาเต่าโพธิสัตว์จึงคลานมาที่หน้าผาเลือกเอาโขดหินผาที่แหลมคมด้านล่างเป็นที่เจริญเมตตาจิตเป็นที่ตั้ง พุ่งตัวลงจากหน้าผา&amp;nbsp; กระดองกระแทกกับหินผาได้รับความเจ็บปวดทรมาน จนกระดองแตกถึงแก่ความตายอยู่บนพื้นดินด้านล่าง&amp;nbsp; พ่อค้าและลูกเรือจึงได้อาศัยเนื้อของพญาเต่ากินเป็นอาหาร&amp;nbsp; ตราบจนกระทั่งมีเรือลำือื่นผ่านมารับและรอดตายได้ทั้งหมด&amp;nbsp; เมื่อมนุษย์เหล่านั้นกลับถึงบ้านตน ก็ระลึกถึงบุญคุณของเต่าโพธิสัตว์ จึงทำรูปเคารพของพญาเต่าไว้บูชา ณ บ้านเรือนถิ่นถานของตน เพื่อระลึกถึงและสั่งสอนสืบทอดกันต่อมาว่า&amp;nbsp; "พญาเต่าเรือน คือเอกลักษณ์แห่งเมตตาบารมีที่จะคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมให้พ้นจากการเบียดเบียนของเหล่าอธรรมในทุกกาล"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ลึกซึ้งกินใจกันดีไหม&amp;nbsp; ผมรู้สึกยกย่องและนับถือในน้ำใจของพญาเต่าเรือนเป็นอย่างมาก จึงอยากเล่าความเป็นมาให้ท่านผู้ที่ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวของพญาเต่าเรือนมาก่อนได้ทราบกัน&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิทธิคุณหรือพุทธคุณของเครื่องรางพญาเต่าเรือน (ถือว่าครอบจักรวาลเลยทีเดียว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ด้านทำมาค้าขายให้โชคให้ลาภ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตัวหรือบูชาไว้ในบ้าน ร้านค้า หรืออาคารสำนักงานเพื่อเรียกโชคลาภหรือลูกค้าเข้าร้าน (ทำมา้ค้าขายดี), ธุรกิจ และรายได้เจริญก้าวหน้า มีแต่เจริญขึ้นไปไม่มีเสื่อมถอย(ตามลักษณะของเต่าที่มีแต่เดินหน้า ถอยหลังไม่เป็น)&amp;nbsp; ร่ำรวยและรุ่งเรืองแบบมั่นคงยาวนาน (เต่าอายุยืน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ด้านชนะคดีความ&amp;nbsp; ติดตัวไว้เพื่อต่อสู้คดีความทีูู่ถูกใส่ร้าย&amp;nbsp; หรือถูกกลั่นแกล้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ด้านปกป้องคุ้มครอง&amp;nbsp; ติดตัวไว้เพื่อคุ้มครองป้องกันภัยนานาประการ (เชื่อกันว่าเหมือนมีกระดองเต่ามาคลุมตัว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ด้านเมตตามหานิยม&amp;nbsp; ติดตัวหรือบูชาให้เกิดเมตตามหานิยม (โดยธรรมชาติแล้วเต่าเป็นสัตว์ที่น่ารัก ใครพบเห็นก็บังเกิดความรักใคร่เอ็นดู)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดติดตามรายละเอียดของพญาเต่าเรือนได้ในวันต่อไป&amp;nbsp; หวาดดีครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-1490073534188950068?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/1490073534188950068/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_09.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/1490073534188950068'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/1490073534188950068'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_09.html' title='พญาเต่าเรือน  ภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์ผู้มีเมตตาต่อมวลมนุษย์'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-4536183460676988716</id><published>2010-03-08T09:30:00.000-08:00</published><updated>2010-03-08T09:30:28.002-08:00</updated><title type='text'>ชูชก  ขอลาภ  ขอรวย  มีเมียสวย   รวยแบบไม่คาดฝัน</title><content type='html'>ชูชก&amp;nbsp; คือ สุดยอดเครื่องรางแห่งการขอ&amp;nbsp; ในรูปของขอทานเฒ่า&amp;nbsp; ชูชกเป็นขอทานจนมีเงินมีทองมากมาย&amp;nbsp; มีภรรยาสาวสวย(สำคัญๆ อิอิ) ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้แต่กับผู้ชายนะครับ ผู้หญิงเองบูชาดีๆก็จะได้ครอบครองสิ่งสวยงามๆแม้แต่ผู้ชายหล่อๆได้เช่นกัน เครื่องรางชูชกถูกสร้างขึ้นมาตามเคล็ดลับของการขอ ขอไ้ด้ทุกอย่างทั้งทรัพย์สิน เงินทอง และขอสาวสวยและชายหล่อได้ทั้งนั้น เรียกได้ว่าขอจนรวยว่างั้นเถอะ จะเห็นได้จาก ชูชก เองเป็นชายแก่และขี้เหร่ แต่ได้ภรรยาสาวสวย อายุรุ่นคราวลูก&amp;nbsp; อย่างนางอมิตาดา แถมยังจงรักภักดี และขยันปรนนิบัติชูชก เป็นอย่างดี&amp;nbsp; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องรางชูชก เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า ยอดเยี่ยมทางด้านโชคลาภ&amp;nbsp; เมตตามหานิยม&amp;nbsp; ซึ่งครูบาอาจาีรย์ผู้ทรงวิทยาคมในสำนักต่างๆสร้างออกมาเพื่อให้ลูกศิษย์นำไปติดตัว เพื่อใช้ทำมาหากิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชูชกที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย&amp;nbsp; ยกตัวอย่างเช่น ชูชกที่สร้างขึ้น(ปลุกเสก)โดย&amp;nbsp; หลวงปู่ทิม&amp;nbsp; วัดละหารไร่&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; มี ชูชกไม้แกะ และผ้ายันต์ชูชก เข้มขลังด้วยพลังแห่งเมตตามหานิยมและมหาลาภ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชูชกวัดใหม่ปิ่นเกลียว&amp;nbsp; จ.นครปฐม&amp;nbsp; ของหลวงพ่อสมพงษ์&amp;nbsp; ซึ่งวิชาปลุกเสกชูชกที่ได้ร่ำเรียนมาจากพระอาจารย์ 3 ท่าน คือ หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ&amp;nbsp; หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม&amp;nbsp; และหลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชูชกของหลวงพ่อคีย์&amp;nbsp; วัดศรีลำยอง&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&amp;nbsp; มีชูชกขนาดบูชา สูง 8 นิ้ว&amp;nbsp; และขนาดห้อยคอเนื้อสัมฤทธิ์&amp;nbsp; และเนื้อเขาควายแกะ(ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็มีไว้ในครอบครองเหมือนกันได้มาจากรุ่นน้องคนหนึ่งที่อยุ่จังหวัดสุรินทร์) ชื่อรุ่นรวยมหาเศรษฐี 2548 ปลุกเสก 1 ไตรมาสและอีกหลายๆพระอาจารย์ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเชิงไสยศาสตร์ยกย่องว่า ชูชกมีเสน่ห์&amp;nbsp; มีลาภมากมาย ทั้งเงินทอง ข้าวปลาอาหาร บ้านเรือนและบริวาร จะขออะไรใครเขาก็ให้มาเสมอ เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการทำทานบารมี กระตุ้นให้เกิดความเสียสละและการเป็นผู้ให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์ปาฏิหารย์ ของผู้บูชาชูชก เท่าที่ได้ทราบมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้มีชูชกรุ่น 1 ของวัดใหม่ปิ่นเกลียวติดตัวไว้&amp;nbsp; จะประสบกับความสำเร็จนานาทุกประการโดยเฉพาะด้านการประกอบอาชีพ อธิษฐานขอลาภผล ขอโชคดีมีกำไร ซื้อง่ายขายคล่อง การเจรจาต่อรองโน้มนาวใจก็เป็นผลสำเร็จอย่างง่ายดาย&amp;nbsp; ขอลาภยศ&amp;nbsp; ขอตำแหน่ง&amp;nbsp; ขอความรักความเมตตา ยากที่จะผิดหวัง&amp;nbsp; มีบางรายที่แคล้วคลาดปลอดภัย เพราะอานุภาพชูชกคุ้มครองให้รอดพ้นภยันตรายมาได้อย่างเหลือเชื่อ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้แสวงหาชูชกรุ่น 1 ของวัดใหม่ปิ่นเกลียวมากเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ(ได้ยินมาอีกนั้นแหละ อยากให้เกิดขึ้นกับตัีวเองจัง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายนคร แสงเดือน อายุ 55 ปี ชาวจังหวัดชุมพร มีอาชีพเป็นวินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง อยู่แถวฝั่งธนบุรี&amp;nbsp; ได้ภรรยา คือนางสาวยุวดี&amp;nbsp; ลีลาธนา อายุ 28 ปี อาชีพนางพยาบาล ชาวจังหวัดมหาสารคาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนเกิดเหตุ555ที่จะได้แต่งงานกันนั้น&amp;nbsp; นายนครไปได้ผ้ายันต์ชูชกของวัดใหม่ปิ่นเกลียวมาผืนหนึ่ง เอามาบูชาโดยผูกไว้หน้ารถมอเตอร์ไซด์ที่ตนเองขับขี่อยู่&amp;nbsp; หลังจากนั้นนางสาวยุวดีก็มาซ้อนท้ายรถไปทำงาน โดยว่าจ้างอยู่เสมอๆ จนกลายเป็นลูกค้าขาประจำ นายนครบอกว่า "วันไหนที่ผมยังไม่ออกมารับคนหรือไปส่งคนอยู่&amp;nbsp; คุณยุวดีก็จะรอ และคอยซ้อนท้ายผม&amp;nbsp; บ่อยครั้งเข้า ผมก็ไม่เก็บค่าโดยสาร และเราก็รักกัน" เขาพูดและยิ้มๆอย่างภาภภูมิใจในชัยชนะที่ได้เป็นเจ้าบ่าวของเจ้าสาวคนสวย คงเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์&lt;br /&gt;ของชูชกนั้นแหละที่ทำให้คุณนคร โชคดีได้เมียเด็กกว่าตัวเองอะไรอย่างนั้น&amp;nbsp; แต่ในใจบางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันแบบแว๊ปๆนะว่า เป็นเพราะคุณนคร ไม่เก็บค่าโดยสารมอเตอร์ไซด์ คุณยุวดี หรือป่าวหน่า555&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คาถาบูชาชูชก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อิติ สุคะโต&amp;nbsp; ชะนาสุโภ&amp;nbsp; ชูชะโก&amp;nbsp; สุคะโต&amp;nbsp; อิติ" (ของหลวงพ่อสมพงษ์&amp;nbsp; วัดใหม่ปิ่นเกลียว&amp;nbsp; จังหวัดนครปฐม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มอ ลอ ข้อ ไข ไข ข้อ มอ ลอ" (ของหลวงพ่อไสววัดปรีดาราม&amp;nbsp; จังหวัดนครปฐม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โส ชูชะโก ทะทาสิ" (ของหลวงพ่่อสาคร วัดหนองกรับ จังหวัดระยอง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โอม นะโมชูหะรัง พุทธะสังกะ ขะฆะ" ท่อง 7 จบ (ของฤาษีอำนาจ ทองเจริญ&amp;nbsp; อาศรมภูเขียว&amp;nbsp; จังหวัดขอนแ่ก่น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ชูชะโก&amp;nbsp; โพธิสัตโต&amp;nbsp; เอหิมะนะ&amp;nbsp; นะมามีนา&amp;nbsp; มะหาลาภา&amp;nbsp; อิติพุทธัสสะ&amp;nbsp; สุวัณณังวา&amp;nbsp; ระชะตังวา&amp;nbsp; มะณี ธะนังวา พีชังวา ปัตถังวา&amp;nbsp; เอหิ&amp;nbsp; เอหิ อาคัจเฉยยะ&amp;nbsp; นะมาชิหัง"ภาวนาทุกเช้าค่ำ (ของปู่ฤาษีตาไฟ อัคคธัมโม อาศรมบ้านโคกบัว อำเภอครบุรี&amp;nbsp; จังหวัดนครราชสีมา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเลือกภาวนาคาถาบทไหน&amp;nbsp; ของพระอาจารย์องค์ใด&amp;nbsp; ก็ให้เลือกใช้ได้ตามใจชอบ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-4536183460676988716?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/4536183460676988716/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_9274.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4536183460676988716'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4536183460676988716'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_9274.html' title='ชูชก  ขอลาภ  ขอรวย  มีเมียสวย   รวยแบบไม่คาดฝัน'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-4499899264915071415</id><published>2010-03-08T08:15:00.000-08:00</published><updated>2010-03-08T08:15:37.711-08:00</updated><title type='text'>อิทธิคุณแห่งเครื่องรางของขลัง</title><content type='html'>1.มีคุณวิเศษเกิดแก่ผู้บูชา&amp;nbsp; ตามลักษณะ&amp;nbsp; ประเภทและอิทธิฤทธิ์ของเครื่องรางของขลังนั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ทำให้เป็นคนมีความเชื่อมั่นกล้าหาญ และ สุขุมเยือกเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.เป็นที่ยึดเหนี่ยวสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.เกิดความภาคภูมิใจและเพลิดเพลินในการมีเครื่องรางของขลังซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าของแต่ละคน&amp;nbsp; มีคุณค่าด้านจิตใจซึ่งมิอาจประเมินค่าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.เป็นวัตถุล้ำค่าหาได้ยาก จึงมีการสะสมและอนุรักษ์บูชาไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบต่อไป&amp;nbsp; เป็นการใช้เวลาว่างใ้ห้เป็นประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.ทำให้เป็นผู้มีศีลธรรม เพราะตามธรรมดาอิทธิคุณแห่งเครื่องรางของขลังจะให้คุณเฉพาะผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.ช่วยให้เกิดศรัทธามั่นคงในพุทธศาสนา และช่วยธำรงรักษาไว้ซึ่งพุทธศาสนาสืบไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-4499899264915071415?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/4499899264915071415/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_08.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4499899264915071415'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4499899264915071415'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_08.html' title='อิทธิคุณแห่งเครื่องรางของขลัง'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-4519298680912193793</id><published>2010-03-07T09:37:00.000-08:00</published><updated>2010-03-07T09:37:55.969-08:00</updated><title type='text'>เครื่องรางของขลังมีมาแต่โบราณ</title><content type='html'>มีการจัดสร้างเครื่องรางของขลังขึ้นทุกยุคทุกสมัยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน มีทุกชาติทุกภาษา เช่น ยุโรป&amp;nbsp; อเมริกาใต้&amp;nbsp; อัฟริกัน&amp;nbsp; อิยิปต์ เปอร์เซีย อาหรับ อินเดีย ทิเบต จีน มลายู ไทย พม่า ชวา มอญ ลาว เขมร ญี่ปุ่น เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ในหลักพุทธศาสนาก็ยอมรับว่ามีจริง&amp;nbsp; จะสังเกตุดูจากสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา&amp;nbsp; และพุทธสถานเก่าแก่ที่มีอายุนับร้อยนับพันปี&amp;nbsp; เช่น กรุพระเครื่อง&amp;nbsp; จะมีการสลักแผ่นศิลาจารึกบอกประวัติการสร้าง&amp;nbsp; มวลสารและคณาจารย์ผู้สร้าง&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมีพระคณาจารย์ผู้มีสมาธิแก่กล้าเป็นผู้ปลุกเสกหรืออธิษฐานจิตเพื่อบรรจุคุณวิชาเข้าไป เป็นผลทำให้เครืองรางของขลังมีอิทธิฤทธิ์ขึ้นตามความประสงค์ของผู้อธิษฐานจิตนั้นๆ&amp;nbsp; ว่าจะให้มีอิทธิคุณหรือคุณวิเศษหนักไปทางใด&amp;nbsp; เช่น แคล้วคลาด&amp;nbsp; เมตตา&amp;nbsp; โชคลาภ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล่าวในแง่วิทยาศาสตร์&amp;nbsp; เปรียบเสมือนการประจุและเก็บพลังงานจากแหล่งพลังงานหนึ่งไปยังสสาร (วัตถุ) อีกสิ่งหนึ่ง เช่นเดียวกันกับ&amp;nbsp; การบรรจุกระแสไฟฟ้าลงในแบตเตอรี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การบรรจุเวทมนตร์ลงในวัตถุมงคล&amp;nbsp; หรือเครื่องรางยังประกอบไปด้วยการบวงสรวงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชา รวมทั้งเทพยดาอารักษ์&amp;nbsp; สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง&amp;nbsp; เป็นการเพิ่มอิทธิฤทธิ์ให้เป็นไปตามประสงค์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-4519298680912193793?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/4519298680912193793/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_07.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4519298680912193793'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/4519298680912193793'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post_07.html' title='เครื่องรางของขลังมีมาแต่โบราณ'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-2209368584289674614</id><published>2010-03-07T09:21:00.000-08:00</published><updated>2010-03-07T09:21:30.051-08:00</updated><title type='text'>เครื่องรางของขลังไม่ใช่สิ่งงมงาย</title><content type='html'>มีบางคนดูหมิ่นดูแคลนว่าเครื่องรางของขลังเป็นสิ่งงมงายเป็นเรื่องเหลวไหล บุคคลผู้มืดบอดประเภทนี้ส่วน&lt;br /&gt;ใหญ่มักจะมองข้ามภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในดินแดนสุวรรณภูมิ ที่มีอารยธรรมอันรุ่งเรืองสืบเนื่องกันมาไม่ขาดสาย โดยมีต้นรากมาจากอินเดียดินแดนแห่งศาสนาและปรัชญา&amp;nbsp; พวกเขาไม่ค้นคว้าให้ลึกซึ้งว่าทางฟากตะวันตกก็มีเครื่องรางของขลังเช่นกัน เช่น อิสจัส ของไอยคุปต์และไอซ์แลนดิก&amp;nbsp; เครื่องรางมหานิยมสายพันธ์ยุโรป จริงๆแล้วทางตะวันตกมีการศึกษาเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่เปิดเผยในวงกว้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุคคลเหล่านี้มักขาดความลุ่มลึกในการศึกษาค้นคว้ารากเหง้าบางด้านของตนเอง&amp;nbsp; ซึ่งที่จริงความศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้มีอยู่จริงแต่เป็นเรื่องปัจจัตตัง&amp;nbsp; คือรู้เห็นได้เฉพาะตน&amp;nbsp; เฉพาะคนที่มีใจศรัทธาเป็นที่ตั้่งเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็มีเครื่องรางหลายชนิดที่มีการแสดงประสบการณ์เป็นประจักษ์ให้เห็นพร้อมกันหลายๆคน&amp;nbsp; ถ้าหากไม่เกิดผลดีจริงแล้ว&amp;nbsp; คงเสื่อมสลายไป ไม่มีการสร้างสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-2209368584289674614?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/2209368584289674614/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/2209368584289674614'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/2209368584289674614'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='เครื่องรางของขลังไม่ใช่สิ่งงมงาย'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1835914571076465982.post-7428420632835748467</id><published>2010-03-06T01:15:00.000-08:00</published><updated>2010-03-06T01:44:10.966-08:00</updated><title type='text'>Siam Amulet Help Be Rich  เครื่องรางของขลัีงเมืองไทยทำให้รวยได้</title><content type='html'>&lt;span style="font-size: large;"&gt;ความเป็นมาของเครื่องรางของขลัง &lt;/span&gt;( History of Siam Amulet)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;เครื่องราง&lt;/span&gt;(Amulet)&amp;nbsp; คนสมัยก่อนนิยมใช้คำว่า &lt;span style="font-size: large;"&gt;เครื่องลาง&lt;/span&gt;&amp;nbsp; =&amp;nbsp; ของที่นำมาใช้ทางโชคลาภต่างๆ&lt;br /&gt;ต่อมาราชบัณฑิตสถานได้บัญญัติให้ใช้ &lt;span style="font-size: large;"&gt;เครื่องราง&lt;/span&gt;&amp;nbsp; แปลว่า&amp;nbsp; ของที่นับถือว่าป้องกันอันตราย&amp;nbsp; ยิงไม่ออก&amp;nbsp; ฟันแทงไม่เข้า&amp;nbsp; เช่น ตะกรุด&amp;nbsp; ผ้ายันต์&amp;nbsp; เหล็กไหล เป็นต้น&amp;nbsp; เนื่องจากในสมัยโบราณมีการรบทัพจับศึกกันมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัยต่อมาเมื่อบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง&amp;nbsp; สงบร่มเย็น มีการติดต่อค้าขายกันมากขึ้น&amp;nbsp; จึงมีการสร้างเครื่องรางของขลังในด้านเมตตามหานิยม&amp;nbsp; โชคลาภหรือโภคทรัพย์ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสร้างความนิยมชมชอบ&amp;nbsp; เรียกเงินเรียกทอง&amp;nbsp; อยู่ดีกินดี&amp;nbsp; มั่งมีศรีสุข&amp;nbsp; ให้กับผู้บูชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องรางของขลัง คือ วิทยาศาสตร์ทางจิต&amp;nbsp; ซึ่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยังเข้าไม่ถึง&amp;nbsp; จัดเป็นวิทยาการเร้นลับ (secret knowledge) และก้าวไกลไปกว่าวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่องเหนือธรรมชาติ&lt;br /&gt;อย่างเช่น พีระมิดของอิยิปต์และปราสาทนครวัดแห่งกัมพูชา ซึ่งถูกสร้างเมื่อหลายพันปีก่อน ช่วงเวลานั้นโลกเรายังไม่เจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหมือนสมัยปัจจุบัน&amp;nbsp; แต่สิ่งก่อสร้างเหล่านั้นก็สำเร็จลงได้ นับเป็นความมหัศจรรย์ที่โลกต้องตะลึง(Amazing World) นักวิทยาศาสตร์ยังพิศวงกับสถาปัตยกรรมเหล่านั้นและไม่สามารถหาคำอธิบายได้ชัดแจ้งซะที&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1835914571076465982-7428420632835748467?l=siaamulet.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://siaamulet.blogspot.com/feeds/7428420632835748467/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/siam-amulet-help-be-rich.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/7428420632835748467'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1835914571076465982/posts/default/7428420632835748467'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://siaamulet.blogspot.com/2010/03/siam-amulet-help-be-rich.html' title='Siam Amulet Help Be Rich  เครื่องรางของขลัีงเมืองไทยทำให้รวยได้'/><author><name>thikumporn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01059961366137962834</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
